นี่เป็นสุดสัปดาห์ที่สุดยอดที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้ เริ่มจากการอ่านหนังสือที่จบไป 2 เล่ม
เล่มแรกคือ "ยุคสุดท้าย : คุณพร้อมหรือยัง" โดย เดวิด สไลเคอร์ ที่มีเนื้อหาพูดถึงการศึกษาพระคัมภีร์เกี่ยวกับยุคสุดท้าย เป็นการนำเสนอมุมมองต่างๆ ที่เกี่ยวกับวาระสุดท้ายของโลกนี้ ซึ่งบรรยายได้น่าสนใจและน่ากลัวพร้อมๆ กัน แต่ก็ยังสอดแทรกความหวังเอาไว้เสมอ เป็นหนังสือที่ให้แรงบันดาลใจที่ดีเล่มหนึ่งแม้ว่า รายละเอียดอาจจะไม่เยอะมาก เพราะผมเองก็อยากรู้อนาคตเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น อ่านแล้วยิ่งคาใจ อยากหาเล่มอื่นมาอ่านอีก
เล่มที่สองคือ "สู่สงครามสุดท้าย" โดย ริค จอยเนอร์ เนื้อหาเล่มนี้จะต่างออกไป เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่เขาเล่าว่า ได้รับนิมิตจากพระเจ้า ให้ไปเห็นการทำสงครามระหว่างคริสเตียนกับซาตาน ในภาพของสงครามจริงๆ เขียนแล้วให้แรงบันดาลใจดีเหมือนกับว่า บางอย่างที่เราเห็นในโลกนี้ว่ายอดเยี่ยม พอไปอยู่ในสวรรค์ กลายเป็นอีกแบบ เหมือนคนหัวแถวในยุคนี้ อาจจะเป็นคนปลายแถวในสวรรค์ คนที่เล็กน้อยในโลกนี้อย่างขอทาน แต่กลับกลายเป็นราชาในสวรรค์ ผมเองก็ไม่อาจบอกได้ว่า ผู้เขียนได้เห็นนิมิตของพระเจ้าจริงๆ ไหม ไม่กล้าตัดสิน แต่อ่านแล้วก็ได้ข้อคิดดี ต้องกลับมาสำรวจตัวเองมากขึ้น
อีกเรื่อง ที่ให้รับแรงบันดาลใจมาก ก็คือ การไป Bible Study กับ Newsong เป็นครั้งแรก ก็เป็นกลุ่มคริสเตียนเล็กๆ ที่มานั่งแชร์ความคิดเห็นเกี่ยวกับพระคัมภีร์กัน วันพุธที่ผ่านมา มีกันหกคน เป็นคนไทย 2 อเมริกา 4 ฮอลแลนด์ 1 และจีนอีก 1 ยังจำชื่อใครไม่ค่อยได้เลย 555 ก็สนุกดี เหมือนคุยกับคนที่มีความคิดคล้ายๆ กัน สามารถพูดได้เต็มที่ เท่าที่ทักษะภาษาของผมจะเอื้ออำนวย รู้สึกว่ามั่วมาก โดยเฉพาะ Tense แต่ก็พอถูไถไปได้ สอบผ่านอยู่เรื่องเดียว คือ สำเนียง ที่อเมริกันจ๋ามาก สงสัยดูหนังซาวด์แทรกมากไปหน่อย และด้วยความที่สมองประมวลผลไม่ทัน ทำให้เราเอ๋อไปเหมือนกัน ในขณะที่น้องคนไทยอีกคนที่ชื่อคริสติน่า (สงสัยจริงๆ ว่าชื่อไทยจริงๆ ชื่ออะไร) สามารถพูดได้คล่องมาก ก็เธอไปเรียนอังกฤษมานี่ เรามันไม่เคยไปไกลกว่าเอเซียอาคะเนย์เลยจะไปสู้ได้ไง 555
ไปแล้วรู้สึกสมองได้ทำงานเต็มที่มาก และเริ่มกลับมามองตัวเองว่ามุมมองเกี่ยวกับพระคัมภีร์เรายังต้องพัฒนาอีกเยอะเลย อีกเรื่องที่ชอบก็คือ การนมัสการ แม้จะร้องกัน 3 เพลง แต่รู้สึกได้รับการสัมผัสจากพระเจ้ามาก เยี่ยมจริงๆ
เรื่องต่อมา (รองสุดท้าย) คือเมื่อวาน (วันเสาร์) ได้ไป Night of Worship กับ Newsong ที่ AUA มา สถานที่ก็เล็กๆ เป็นกันเอง เหมาะกับการนมัสการมา รูปแบบก็เป็นคอนเสิร์ตผสมกับ Service ของโบสถ์ เป็นการนมัสการที่ดีที่สุดในรอบปี มีคนมาร้อยกว่าคน ทุกคนจดจ่อกับการนมัสการอย่างเต็มที่ เพลงที่ใช้มีเพลงอย่าง No One Like You ของ David Crowder Band, Let Everything That Has Breath ของ Matt Redman, In The Secret ของ Andy Park, Lord Reign In Me ของ Brenton Brown, Everyday ของ Hillsong และอีกหลายเพลง จริงๆ มีเพลงไทยด้วยเพลงหนึ่ง สงสัยจะแต่งเอง ก็พอไหวอยู่ งานแบ่งเป็นสองช่วง 4 ช่วง คือ คอนเสิร์ตช่วงแรก คำพยานของคนในโบสถ์ แบ่งปันพระคัมภีร์ และคอนเสิร์ตช่วงท้าย ผมชอบดนตรีนมัสการแบบนี้มาก รู้สึกอยากจะร้องเพลงไปเรื่อยๆ ไม่อยากหยุดเลย ดนตรีก็ถือว่าเตรียมมาได้ดีมาก เพลงก็เป็นเพลงที่ผมคุ้นเคยและชอบอยู่แล้ว สัมผัสพระเจ้าในทุกเพลง โดยรวมข้อบกพร่องมีน้อยมาก จนแทบจะไม่มีเลย
ผมว่านี่อาจจะเป็นวงนมัสการที่ดีที่สุดในประเทศเลยก็ได้ ลงตัวดีมาก ถ้าแบบว่ามีเวลาซ้อมอีกนิดจะ Perfect เลย เพราะได้ข่าวว่าซ้อมไป 2 ครั้งเอง
เรื่องสุดท้าย คอนเสิร์ต "กำลังใจ" ของ Lena Maria ที่ BRIDGE ที่เล่นไปวันนี้ (อาทิตย์) เป็นคอนเสิร์ตที่ mix เพลงหลายสไตล์ทั้ง Pop, Jazz, Gospel และ Classic ต้องบอกว่าเสียงของ Lena ฟังแล้วน้ำตาซึมจริงๆ โดยเฉพาะเพลงสรรเสริญพระเจ้า (Hymns) อย่าง How Great Thou Art ซึ่งเป็นเพลงโปรดอยู่แล้ว เธอร้อง ภาษาไทย ภาษาสวีดิช และภาษาอังกฤษ ขึ้นต้นด้วยภาษาไทย ผมน้ำตาซึมแบบไม่รู้ตัว ซาบซึ้งจริงๆ แถมยังร้องภาษาไทยได้ดีมากๆ ด้วย นอกจาก Lena แล้วยังมี บี พีระพัฒน์ เถรว่อง (อดีตนักร้องนำวงเครสเชนโด) มาร้องคู่อีกสองเพลง โดยเฉพาะเพลง Amazing Grace ที่ร้องในแบบ Classic ได้ดีมากๆ นี่ขนาด บี บอกว่าไม่ค่อยได้ร้องเพลงนี้เท่าไหร่ เธอปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง When I Fall in Love ซึ่งเธอบอกว่าเป็นเพลง Jazz อันดับหนึ่งในดวงใจ ก็ทำได้เยี่ยมมาก อาจจะดีกว่าต้นฉบับด้วยซ้ำไป ในส่วนของวงออเครสตาจาก ม.รังสิต ก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม แม้จะต้องเล่นเพลงหลากหลายสไตล์มาก รับคำชมไปเต็มๆ เช่นกัน
เป็นคอนเสิร์ตที่อยู่แล้วมีความสุข ดนตรีดี เสียงร้องสุดยอด แถมได้แรงบันดาลใจกลับไปอีกเพียบ ไม่น่าเชื่อว่าคนทีดูเหมือนพิการทางร่างกายจะมีศักยภาพทำอะไรได้มากกว่าคนที่ครบถ้วนทุกอย่างเสียอีก ผมไม่กล้าจะใช้คำว่าพิการกับ Lena ด้วยซ้ำ เพราะเธอพิเศษจริงๆ
จบความประทับใจตลอดสัปดาห์นี้ซะที พระเจ้าอาจจะมีอะไรเซอร์ไพร์ส์กับผมมากขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้ในสัปดาห์ต่อๆ ไป
Recent Comments